Yellowmama,Used Guitar,Santa cruz Guitar,Furch Guitar
  • © Coryright all right reserved. xhtml css
  • Online / visit : / sitemap

YELLOW ARTICLE

electric-round

Electric Round

นี่เป็นครั้งที่สามในรอบหลายๆปีที่หนังสือ Acoustic Guitar ได้เป็นผู้จัดประชุมแบบโต๊ะกลมกับทางโรงงานผู้ผลิตทั้งหลาย และเมื่อเดือน มกราคมที่ผ่านมาในงาน Namm ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เราได้พบปะพูดคุยกับผู้ผลิตอีกครั้ง เมื่อครั้งก่อนๆก็มีการพูดคุยระหว่างผู้ผลิตทั้งขนาดใหญ่และขนาดกลางๆ แต่ในครั้งนี้ เราได้เชิญผู้ผลิต Pick-Up สำหรับ อคูสติคกีต้าร์ซึ่งเราเลือกเฉพาะผู้ผลิตสิ้นค้าด้านนี้โดยตรง โดยที่ไม่มีผู้ผลิตกีต้าร์ร่วมอยู่ด้วย ซึ่งผู้เข้าร่วมมีดังต่อไปนี้

Lloyd Baggs(L.R.Baggs), Larry Fishman(Fishman Transducer), Jaff Lace(Lace Music Product), John Littler(Headway Electronics), Joe Marinic( Shadow Electronics), Chris Middaugh(Schertler USA), Heikki Raisinen(B-Band), Les SChatten(Schatten Design), Udo Rosner(AER), Rick Turner(D-Tar/Seymour Duncan)

การพูดคุยในครั้งนี้เต็มไปด้วยผู้ที่มีความรู้ในด้าน ภาคขยายสำหรับ อคูสติคกีต้าร์เป็นอย่างดี ถึงแม้จะเป็นคู่แข่งทางการค้าแต่ในช่วงเวลาที่พูดคุยก็เต็มไปด้วยมุมมองที่หลากหลาย แต่ก็เป็นมุมมองที่หลงไหลต่อการที่จะผลิตสินค้าที่มีคุณภาพที่ดีเท่านั้น มีการพูดคุยถึงสิ่งที่กำลังถูกพัฒนา คำแนะนำเพื่อให้ได้ผลที่ดีที่สุด และรวมไปถึงสิ่งที่เป็นข้อเสีย และท้ายที่สุดถึงแม้ว่าการพูดคุยแบบเป็นทางการจะจบลง แต่ทุกคนก็ยังร่วมพูดคุยจนได้ข้อคิดในการที่จะจัดตั้งมาตรฐานในการติดตั้ง ปิ๊กอัพ สำหรับโรงงานผู้ผลิตกีต้าร์อีกด้วย ถึงแม้จะยังเร็วไปที่จะมีข้อสรุป แต่ก็ดูเหมือนว่า Acoustic Guitar โต๊ะกลมคราวนี้ก็ได้ข้อคิดมากมายที่จะนำเสนอ

pickup.jpg

Teja Gerken : ผมยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ต้อนรับทุกท่าน ซึ่งผมคิดว่าเป็นสิ่งดีที่จะนำผู้คนในวงการ มาร่วมแสดงความคิดเห็นซึ่งกันและกันต่อผู้อ่าน

Rick Turner : ผมก็มีความยินดีที่ได้เข้าร่วมในฐานะผู้ออกแบบ ปิ๊กอัพ เราได้ช่วยกีต้าร์มากมายทำให้ตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมามีพัฒนาการอยู่ตลอดเวลา

งาน UnPlugged ทั้งหลายยังไงก็ต้องเสียบปลั๊กอยู่ดีใช่มั๊ย

Larry Fishman : มันดูสนุกกว่าเมื่อคุณต่อมันเข้าเครื่องขยายเสียงน่ะ ไดนามิคเสียงก็มีมากกว่า ดูเหมือนว่าจะทำอะไรได้น้อยลงหากคุณไม่ได้ต่อเข้าแอมป์

Turner : ผมคิดว่าเวลาคุณเล่นด้วยกันผ่านเครื่องขยายเสียงนั้น มันให้ความแตกต่างกันอย่างมาก อคูสติคกีต้าร์ สมารถนำมาเล่นสดได้เหมือนอย่างที่มัน ถูกบันทึกในสตูดิโอจริงๆ อคูสติคกีต้าร์นั้น เป็นเครื่องดนตรีพื้นฐานของเพลงร็อคแอนน์โรลมาช้านาน ไม่ว่าจะเป็น The Beatle, Elvis, Every Brothers ก็มีเสียงอคูสติคกีต้าร์เป็นส่วนสำคัญทั้งนั้น

แล้วเทคโนโลยีของมันเองหละ Piezo และ Magnatic นั้นถูกใช้กันมานานแล้ว คิดว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงในเร็วๆนี้มั๊ย

Fishman : ผมไม่คิดว่ามันจะมีอะไรมากมาย นอกจากการปรุงแต่งยังไม่มีเทคโนโลยีอะไรที่พิเศษแตกต่างจากที่เป็นอยู่ แน่นอนว่ามันก็มีเวอร์ชั่นที่ใช้ อุปกรณ์ที่ดีขึ้นอยู่มากมาย อย่างปิ๊กอัพ แมกเนติค ก็มีขนาดที่เล็กลง และคุณภาพดีขึ้น หรือปิ๊กอัพแบบใต้ แซดเดิ้ล ก็มีการปรับปรุงคุณภาพไปเรื่อยๆ เหมือนอย่างกับการปรุงไวน์นั่นเอง

Lloyd Baggs : ผมคิดว่ามันมีการเปลี่ยนแปลงนิดหน่อยมาอย่างต่อเนื่องในหลายปีนี้กับระบบ แมกเนติค อย่าง Taylor เองก็มีการนำระบบแมกเนติคเข้ามาใช้ จึงช่วยขยายมุมมองของคนออกไป

Taylor ดูจะเป็นระบบที่ลงตัวเป็นอย่างมาก อย่างพวกคุณนั้นก็รับผลิตปิ๊กอัพให้กับแต่ละโรงงาน คุณคิดว่ามันมีข้อดีอย่างไร ที่ซื้อกีต้าร์แล้วมีปิ๊กอัพติดตั้งมาจากโรงงานเลย หรือว่าหามาติดตั้งทีหลัง

Les Schatten : มีกีต้าร์มากมายที่ติดตั้งปิ๊กอัพมาจากโรงงานแต่เสียงก็ไม่ได้น่าสนใจอะไร จึงน่าจะเป็นโอกาศที่ดี หากนำมาติดตั้งภายหลัง

Heikki Raisanen : แน่นอนถ้าคุณมีกีต้าร์อยู่แล้ว การติดตั้งกันภายหลัง ย่อมไม่ต้องใช้เงินมากเท่าซื้อของใหม

Fishman : ก็แล้วแต่ความสะดวกของผู้ซื้อ บางคนก็ชอบที่จะทดลอง แต่หลายๆคนก็ชอบอะไรที่แน่นอนใช้ได้เลย บางคน ก็อยากได้ตัวเลือกเยอะๆ ก็จะซื้อกีต้าร์ก่อน แล้วค่อยมาหาว่าอะไรเหมาะกับกีต้าร์เราเอง ซึ่งความคิดเห็น อาจไม่เหมือนกับคนที่แผนกการตลาดในโรงงานผลิตกีต้าร์มองก็เป็นได้

Baggs : ผมว่าหากมองในแง่ผู้ผลิตปิ๊กอัพให้กับโรงงานต่างๆ น่าจะเห็นด้วยกับผมว่า ช่างเทคนิคที่ทำการติดตั้งปิ๊กอัพทั่วๆไปนั้น ฝีมือดีกว่าช่างที่อยู่ตาม โรงงานผลิตกีต้าร์ เพราะช่างเหล่านี้ สามารถเลือกผสมผสานลักษณะเสียงได้ตามที่คุณต้องการ หากมองไปอีกด้าน คุณก็อาจจะโชคดีได้เจอกีต้าร์ที่คุณชอบ มาพร้อมกับปิ๊กอัพที่เสียงดีด้วยเช่นกันซึ่งมันก็อาจเป็นได้

John Marinic : เหตุผลหนึ่งที่คนอาจเลือกซื้อปิ๊กอัพแยกต่างหาก เพราะมันมีโอกาศที่คุณสามารถให้ทางร้านติดตั้งให้คุณเลยเดี๋ยวนั้น เพราะหากคุณ ไปที่จีน ยังมีคนไม่เข้าใจอยู่อีกเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับปิ๊กอัพ จากประสบการณ์ที่เราเจอมาในกรณีที่เสียงแย่มากๆ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ใช่ปัญหาจากปิ๊กอัพ แต่กับเป็นเรื่องของ บริดจ์และแซดเดิ้ล

Fishman : มันเป็นความรับผิดชอบของผู้ผลิตปิ๊กอัพ ที่จะต้องดูแลลูกค้าด้วยการ ฝึกหัดการติดตั้งชิ้นส่วนต่างๆ ซึ่งเราใช้เวลามากมายในโรงงาน กับลูกค้าของเรา

Raisanen : ผมอยากจะบอกว่า มันไม่ใช่ปัญหาที่โรงงานผู้ผลิตอย่างเดียว ผมคิดว่าบางทีมันก็เกิดจากการที่ลูกค้าสั่งให้เราทำอย่างไร เรามีลูกค้าที่สั่งให้เราผลิต มีช่างเทคนิคที่เก่งมากๆอยู่ในโรงงาน แต่กลับทำบริดจ์แบบนึง แต่พวกเราอาจจะทำในทางตรงกันข้ามอีกแบบนึง

pickup.jpg

ช่วงปีที่ผ่านมา พวกเราลองปิ๊กอัพกับเครื่องดนตรีมากมาย ผมในฐานะบรรณาธิการหนังสือ Acoustic Guitar และนักดนตรีรวมไปถึงเป็นผู้จัดการร้านเครื่องดนตรี สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกหัวเสียมากๆคือมาตรฐานที่ดีอย่างต่อเนื่อง เพราะบ่อยครั้งที่ปิ๊กอัพเสียงจะแตกต่างกันไประหว่างกีต้าร์แต่ละตัว

Turner : แน่นอนมันแล้วแต่โครงสร้างกีต้าร์แต่ละตัว โครงสร้างย่อมมีผลต่อเสียง ไม่ว่าจะในทาง อคูสติค หรือ อิเล็คโทรนิค ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ที่คนส่วนมากคิดว่า เมื่อติดตั้งปิ๊กอัพไปแล้วจะได้ยินแต่เสียงปิ๊กอัพอย่างเดียว

Marinic : ใช่แต่ก็ไม่ถูกทั้งหมด

แล้วอย่างนี้ลูกค้าจะรู้ได้อย่างไรว่าปิ๊กอัพจะมีเสียงอย่างไรในกีต้าร์ของเค้า ผมคิดว่ามันยากมากที่จะระบุลงไป ผมอาจจะชอบปิ๊กอัพในกีต้าร์ตัวนึง แล้วผมก็เลยเลือกปิ๊กอัพแบบเดียวกัน เพื่อไปใส่กีต้าร์อีกตัว แต่มันกลับให้ เสียงที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

Turner : ผมว่ามันก็เหมือนกับคุณเอาไมโครโฟนตัวเดียวกันแต่นำไปใช่ในสตูดิโอต่างๆกัน

แต่คุณก็ไม่ๆได้ใช้ไมโครโฟนในทุกระบบ

Turner : แต่มันก็เหมือนกันไม่ใช่หรือ ซึ่งมันหาข้อสรุปยากมาก

ถ้าอย่างนั้นคุณจะบอกลูกค้าให้เลือกของอย่างไร

Fishman : เราไม่สามารถแก้ปัญหาให้ได้ทั้งหมด มันเหมือนคุณเลือกซื้อยางรถยนตร์ คุณใส่ยางมิชลิน กับรถ เกียร์ หรือกับรถ เบนซ์ แน่นอนมันย่อมแตกต่างกัน คุณไม่สามารถบอกลูกค้าให้คาดหวังแบบไหน เพราะเมื่อคุณเปลี่ยนยางให้กับรถทั้งสองยี่ห้อ คุณไม่มีทางที่จะได้ความรู้สึกแบบเดียวกัน เพราะรถทั้งสองคันถูกสร้างมาอย่างแตกต่างกัน

Turner : อีกสิ่งหนึ่งก็คือ ถ้าคุณเลือก ปิ๊กอัพของเราแล้วเอาไปใช้กับตู้ Fender Twin Reverb คุณก็จะได้เสียงแบบนึง หากนำเอาไปออกระบบ PA คุณก็จะได้อีกเสียงนึง แน่นอนมันย่อมแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

Marinic : ผมว่าพวกเรามีปัญหาเดียวกันทั้งหมดก็คือ พวกเราขายของ ให้กับสินค้าที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบ เพราะปิ๊กอัพ มีหน้าที่เพียงอย่างเดียวคือ เปลี่ยนแรงสั่นสะเทือนของกีต้าร์ให้เป็นสัญญาณไฟฟ้า แต่อุปกรณ์อิเล็คโทรนิค มันทำให้เกิดความแตกต่างมากมาย คุณมีปุ่มสำหรับควบคุม รวมไปถึง ปิ๊กอัพแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Magnetic หรือ Piezo ทุกอย่างก็จะมีลักษณะที่ต่างกัน เมื่อคุณใส่เข้าไปในตัวกีต้าร์ ความชันของแซดเดิ้ล ก็เป็นสิ่งสำคัญอีกสิ่งนึงซึ่งมันเป็นเรื่อง ฟิสิกซ์ หากคุณดูการออกแบบเครื่องดนตรี ตั้งแต่สมัยโบราณ อย่าง ไวโอลิน ความชันของแซดเดิ้ลมีความสำคัญอย่างมาก

Turner : ผมใช้วิธีทำให้แซดเดิ้ลเอียงไปด้านหลังประมาณ แปด องศามาตลอด สิบห้าปีที่ผ่านมา และมันให้ความแตกต่างในเรื่องของบาลานซ์อย่างมาก

Baggs : ในแง่คุณภาพเสียงก็ดีกว่าด้วย(เสริม)

Fishman : มันขึ้นอยู่กับความเข้าใจในแต่ละหน้าที่ ผมอยากจะเสริมอีกหน่อย เมื่อคนเริ่มต้นใช้แซดเดิ้ลสำเร็จรูปที่มีการชดเชยที่สาย บี มันเหมือนการ เอามีดมาแทงพวกเรา เพราะว่าแซดเดิ้ลเองไม่มีโอกาศที่จะบาลานซ์เสียงอีกแล้ว ผมเห็นมามากว่าเราไม่สามารถช่วยอะไรได้ แต่พอเราทำใหม่แบบโค้งธรรมดา ปัญหาก็หมดไป

pickup.jpg

แล้วมีปัญหาใดที่เกิดกับการใชปิ๊กอัพแบบข้างใต้แซดเดิ้ลบ้าง แล้วจะมีอะไรที่เหมาะกว่าการใช้ปิ๊กอัพแบบนี้บ้าง

Turner : ระบบ Martin แบบเก่าๆที่ใช้กาวกับแซดเดิ้ล นั้นมีปัญหามากๆ

Marinic : บ้างครั้งก็อยู่ที่คนเล่นด้วย ถ้าเป็นคนเล่นเพลง บลูส์ การใช้ปิ๊กอัพแบบ Magnetic น่าจะดีกว่า

แล้วอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดในการเลือกปิ๊กอัพให้เหมาะกับกีต้าร์ของแต่ละคน

Baggs : ข้อแรกคือคุณเล่นดังขนาดไหน นั่นน่าจะเป็นข้อแรกเลย ต่อมาก็เลือกแบบปิ๊กอัพซึ่งที่เหลือ เป็นเรื่องที่มีความแตกต่างมากมาย

คุณคิดว่าปัญหาที่เกิดจากการติดตั้งปิ๊กอัพแบบใต้แซดเดิ้ล ทำให้คนหันไปใช้ปิ๊กอัพแบบ soundboard และ magnetic มากขึ้นรึเปล่า

Baggs : ปิ๊กอัพแบบใต้แซดเดิ้ลก็มีปัญหาหลายระดับ ซึ่งทำให้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้าง iBeam แต่เราก็ยังเจอว่ามันก็ไม่ได้เหมาะกับกีต้าร์ทุกตัว ถึงแม้จะเป็นแบบ Soundboard นั้นก็มีปัญหาของมันเอง

Fishman : ผมคิดว่าที่ปิ๊กอัพแบบแมกเนติคได้รับความนิยมมากขึ้นเพราะมันพัฒนาขึ้น ราคาไม่ได้สูงขึ้น แต่การตอบสนองความถี่ก็ดีขึ้น เงียบมากกว่า แต่ผมเองไม่ชอบเสียงมันเลย

Turner : ผมว่าเสียงมันเหมือนกีต้าร์ไฟฟ้าอยู่ดี

Fishman : เพราะมันมีปัญหาเรื่องการซ้อนกันบางความถี่(comb filter) เพราะสายที่แกว่งไปมา ทำให้เกิดเสียงในแต่ละช่วงความถี่ ซึ่งไม่มีทางเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งก็ทำให้คนเล่นบางคน พยายามปรับวิธีการเล่นเข้าหามัน

Turner : ซึ่งท่าทางคนที่ชอบเล่นแบบ สไลด์มักจะชอบแบบ แมกเนติค อย่าง Ry Cooder และ David Lindley นั้นชอบปิ๊กอัพของ Sunrise มากๆ

เมื่อสิบห้าปีที่แล้วมีก็แต่ Sunrise ยี่ห้อเดียวที่อยู่ในระดับมืออาชีพของระบบ แมกเนติค แต่ปัจจุบันพวกคุณหลายๆคนก็หันมาผลิตระบบนี้เหมือนกัน

Fishman : จริงๆมันมีข้อแม้ของมันเหมือนกัน เพราะถ้าสายแกว่งแรง ทำให้ใกล้ตัวรับก็จะมีเสียงที่ดังขึ้นมาก และแน่นอนมันไม่มีทางแก้ไข แต่นั่นก็ทำให้ หลายๆคน พยายามปรับตัวเข้าหามัน ลองไปฟัง Leo Kottke ว่าเสียงที่เค้าเล่นมันดีมากๆ

พวกคุณบอกว่าวิธีการเล่นบางแบบนั้นเหมาะกับปิ๊กอัพแบบแมกเนติค แล้วอย่างนี้มันมีพื้นฐานอะไร ที่จะเป็นตัวบ่งบอกว่า จะเลือกปิ๊กอัพแบบไหนเหมาะกับการเล่นแบบไหน

Marinic : ผมว่าก็เอามาผสมกันทั้งแบบ ใต้แซดเดิ้ลและแมกเนติค คุณก็จะได้โลกทั้งสองด้าน

Udo Rosner : ข้อดีของการมีตัวรับเสียงหลายๆแบบในระบบคือมันช่วยให้คุณเลือกและผสมเสียงที่คุณต้องการได้ผลดีที่สุด

Jaff Lace คุณก็ผลิตระบบ แมกเนติคและแบบใต้แซดเดิ้ลในชุดเดียวกันใช่มั้ย

Jaff Lacer : ใช่แล้ว เรามีระบบซึ่งเรียกว่า Blade Magnatic pickup ซึ่งเป็นแมกเนติคปิ๊กอัพอันเล็กๆ ติดต่อจาก ฟิงเกอร์บอร์ด ซึ่งมันแก้ปัญหาเรื่อง การมองเห็น เหมือนอย่างที่พวกคาดซาว์นโฮลเป็น หากคุณไม่ได้สังเกต ก็จะมองไม่เห็นเลย

Marinic : ข้อดีของระบบ แมกเนติคก็คือตำแหน่งในการติดตั้งไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งที่ ซาว์นโฮล หรือ ฟิงเก้อร์บอร์ด ล้วนเป็นตำแหน่งที่สายแกว่งไป จุดที่ดังที่สุด จึงทำให้มีเสียงทั้งแหลมและทุ้มครบที่สุด ทำให้เสียงทั้งดีและอุ่นที่สุดด้วย

John Littler : ซึ่งทำให้สียงเต็มและง่ายที่จะเล่น

pickup.jpg

ดูเหมือนว่าหลายๆคนมุ่งความสนใจไปกับระบบ ปรีแอมป์อย่าง Rick เองก็ไปใช้ปรีแอมป์ที่ใช้ไฟถึง 18 volt

Turner : สิ่งนึงที่พวกเราถูกจำกัดคือเรื่องราคา ลองดูผู้คนที่ทำงานในห้องบันทึกเสียง ปรีแอมป์สำหรับไมโครโฟน ราคาที่ $2,500 นั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่สำหรับปรีแอมป์ในกีต้าร์ดูเหมือนจะตรงกันข้าม ผมนั้นทำงานกับระบบภาคขยายที่มีโวล์ทสูงๆมาตั้งแต่ปี '70 และแน่นอนเสียงที่มีพลัง ย่อมให้ไดนามิคที่ดีกว่าด้วย

Fishman : แล้วคุณได้กำลังไฟฟ้ามากพอจากปิ๊กอัพเพื่อที่จะเอาไปขยายรึเปล่าล่ะ

Turner : พวกเราทำการทดลองเราใช้อุปกรณ์บางอย่างทำให้เราได้กระแสถึง 100 โวล์ท แต่ผมเชื่อว่าหากคนเล่นที่ดีดแรงๆนั้น เราสามารถได้กระแส ที่สูงราวๆ 12-14 โวล์ทแล้ว

Fishman : ผมไม่เห็นมันจะเกิดขึ้นกับอุปกรณ์ของเราเลย อย่างเก่งก็ได้ราว 3 โวล์ทเอง

Rosner : พวกเราลองทำแบบเดียวกันพวกเราได้กระแสสูงราว 44 โวล์ท ซึ่งเราก็คิดว่าน่าจะควบคุมมันได้แต่ก็เปล่าเลย มันมีการเปลี่ยนแปลงที่เร็วมาก คุณสามารถได้ยินความแตกต่างเพียงแต่กระแสที่มากขึ้นหรือน้อยลง คุณก็สามารถได้ยินเสียงที่ต่างกันแล้ว

Turner : อีกข้อดีของ Piezo นั้นก็คือการให้ไดนามิคได้ดีกว่าที่กีต้าร์จะมีด้วยซ้ำ

Rosner : และมันคือสิ่งที่เราเลือกใช้เพราะมันเป็นคำตอบเดียวในเรื่องไดนามิค

อะไรคือสิ่งที่คนเล่นมักทำผิดพลาดกับอุปกรณ์ของพวกคุณที่เห็นได้บ่อยที่สุด

Schatten : มีความรู้และข้อมูลน้อยเกินไป เช่น บางที่มันก็ใช้ได้ตอนอยู่บ้าน แต่ทำไมเวลาใช้กับมิกเซอร์มันใช้ไม่ได้

Turner : ที่ผมเห็นบ่อยก็คืออุปกรณ์เยอะเกินไป อีคิวซ้ำซ้อนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอีคิวที่กีต้าร์แล้ว ยังมีอีคิวที่ปรีแอมป์ บ่อยครั้งที่เห็นระบบอีคิวถึงห้าช่วง ตั้งแต่ตัวกีต้าร์ไปถึงลำโพง ส่วนใหญ่ผมแนะนำให้ลองต่อเข้ากับลำโพง ที่เสียงเป็นกลางๆ หรือไม่ก็ฟังจากหูฟังก่อน แล้วก็ลองดูว่าสามารถต่อแจ็คแบบ XLR ไปที่ระบบ PA เพื่อให้แน่ใจว่าได้เสียงที่คุณต้องการก่อน

Rosner : ผมเห็นความซับซ้อนอยู่มากเพราะมันมีข้อแม้ในเรื่องเสียงแวดล้อมอยู่ด้วย ลองคิดดูหากคุณ ได้ยินเสียงที่สะท้อนก้องอยู่ไปมา

Turner : มันก็มีความแตกต่างหากคุณต่อกีต้าร์ออกจากชุดที่ให้เสียงเที่ยงตรง

Rosner : ถึงยังไงก็เป็นเรื่องของ ปิ๊กอัพ และตัวกีต้าร์ รวมไปถึงคนเล่น ซึ่งมันก็ต่อเนื่องไปเป็นทอดๆ จนไปถึงเสียงที่คิดว่า ดีสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักดนตรีหรือผู้ฟัง ซึ่งมันป็นเรื่องที่ยุ่งยากและซับซ้อนมาก

Fishman : คนส่วนมากไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากีต้าร์ตัวเองเสียงเป็นยังไงเพราะเค้านั่งอยู่หลังกีต้าร์ จึงทำให้เค้า ได้ยินแต่เสียงแบบนั้น

Chris Middaugh : ส่วนหนึ่งของเป้าหมายก็คือหาเทคโนโลยีที่เข้าใกล้ความเป็นอคูสติคให้มากที่สุด โดยไม่แต่งแต้มสีสรรให้กับมัน มันช่างท้าทาย เพราะไม่มีใคร ใช้ไมค์ที่เป็นสุดยอดพร้อมกันสองตัวในสตูดิโอหรอก แต่แน่นอนผมคิดว่าพวกเรา ก็กำลังพยายามกันอยู่

pickup.jpg

บทความจาก Acoustic Guitar Magazine / แปลโดย คุณวิบูลย์